เรื่องน่ารู้ของถุงขยะ

“ขยะ” เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนมีส่วนในการสร้างขึ้นในทุก ๆ วันก็ว่าได้ เพราะไม่ว่าเราจะอุปโภคหรือบริโภคสิ่งใดก็ตาม สิ่งที่ตามมาก็คือขยะที่เราต้องทิ้งกันอยู่ในทุก ๆ วัน นั่นเอง ทำให้ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ออฟฟิศ หรือที่ไหนก็ตาม เราจำเป็นต้องมี “ถุงขยะ” ซึ่งเป็นภาชนะสำหรับจัดเก็บและขนย้ายขยะต่าง ๆ และถุงขยะที่มีเราใช้ ๆ กันอยู่ ต่างก็มีคุณภาพและขนาดแตกต่างกันไป วันนี้เรามาทำความรู้จักถุงขยะให้มากขึ้น เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้ได้เหมาะสมกับการใช้งาน

ความหนาของถุงขยะ

ถุงขยะที่วางขายทั่วไป แม้ว่าโดยมากผู้ผลิตจะไม่ได้มีการระบุเอาไว้ชัดเจน ตามมาตรฐานแล้วจะมีความหนาประมาณ 0.70–0.90 มิลลิเมตร (70–90 ไมครอน) โดยปกติความหนาของถุง จะสัมพันธ์กับขนาดของถุงนั่นเอง ทั้งนี้เราก็ต้องคำนึงถึงขยะส่วนใหญ่ที่เราทิ้งเป็นประจำ เพื่อให้สอดคล้องกับประโยชน์การใช้สอยได้มากที่สุด อย่างเช่น ถ้าเป็นถุงขยะที่ใช้ในครัวสำหรับทิ้งเศษอาหาร กล่องอาหาร ควรพิจารณาเลือกถุงที่มีความหนา 0.90 มิลลิเมตร เพื่อป้องกันการฉีกขาด แต่ถ้าขยะที่เราทิ้งบ่อย ๆ เป็นของที่แห้ง น้ำหนักเบา เช่นถังขยะสำหรับเศษกระดาษในออฟฟิศ ก็อาจจะเลือกที่บางลงได้
อย่างไรก็ดี ความหนาของถุงขยะ ไม่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ ถึงคุณภาพของถุงขยะได้เสมอไป บ่อย ๆ ครั้งที่พบว่า ถุงขยะที่หนานั้น กลับมีความเหนียว และยืดหยุ่น น้อยกว่า ถุงขยะที่บางกว่าด้วยซ้ำ เพราะความเหนียว ยืดหยุ่น และทนทานนั้น ขึ้นกับคุณภาพของวัสดุ ที่นำมาผลิตด้วยนั่นเอง

ขนาดของถุงขยะ

ถุงขยะมีหลายขนาดให้เลือกใช้ ดังนั้น ก่อนซื้อถุงขยะ เราควรตรวจสอบขนาดของถังขยะก่อนว่ามีความกว้าง ความยาวเท่าไหร่ รวมถึงปริมาณความจุของถังด้วย โดยการเลือกขนาดของถุงขยะ เราควรเลือกขนาดถุงให้มีความใหญ่กว่าถังพอประมาณ เพื่อให้เหลือพื้นที่ในการมัดปากถุงนั่นเอง และไม่ควรเลือกขนาดที่ใหญ่เกินไป เพราะจะเป็นการใช้งานถุงขยะไม่คุ้มค่า
โดยมาตรฐานทั่วไป ถุงขยะจะมีขนาด ได้แก่ (หน่วยเป็นนิ้ว) 18x20, 24x28, 26x34, 30x40, 36x45 และ 45x60 ดังนั้นก่อนจะซื้อถุงขยะก็อย่าลืมตรวจสอบขนาดให้ดี เพื่อให้เหมาะสมและใช้งานถุงขยะได้คุ้มค่ามากที่สุด

สีถุงขยะ

ปกติแล้วถุงขยะสีดำมักจะนิยมใช้กันทั่วไป เกือบทุก ๆ ที่ เราจึงมักเรียกถุงขยะจนติดปากว่า “ถุงดำ” นั่นเอง ทั้งนี้เพราะถุงสีดำนั้นหาซื้อง่าย ช่วยบดบังขยะภายในถุงอีกด้วย อย่างไรก็ดี ถุงขยะ ยังมีสีอื่น ๆ ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม และตามวัตถุประสงค์ อีกด้วย ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้ถุงขยะต่างสี เพื่อประโยชน์ ในการช่วยแยกขยะ เป็นต้น

กรณีที่เราทำการแยกขยะนั้น เราอาจต้องคำนึงถึง สี ของถุงขยะด้วย ยกตัวอย่างเช่น สีดำและสีเขียว ใช้กับขยะย่อยสลายได้ เช่น เศษอาหาร ใบไม้ กิ่งไม้ สีเหลืองใช้กับขยะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่นขวดพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องโลหะ สีน้ำเงินใช้กับขยะทั่วไป ที่ย่อยสลายยาก หรือไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ เช่น ถุงพลาสติกและโฟมที่ใส่อาหาร ถุงขนมพลาสติก และสีแดง สำหรับขยะที่เป็นพิษ เช่น หลอดไฟ ถ่ายไฟฉาย แบตเตอรี่ อุปกรณ์อิเลคโทรนิคส์ กระป๋องสีสเปรย์ และอื่น ๆ ที่เป็นพิษ

กลิ่น

กลิ่นจากถุงขยะ โดยเฉพาะถุงขยะสีดำ เป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนอาจต้องปวดหัวไม่น้อย ทั้งนี้เพราะถุงขยะนั้น ผลิตมาจากวัตถุดิบหลักคือเม็ดพลาสติกรีไซเคิลนั่นเอง กลิ่นของถุงขยะนั้น ใช้เป็นข้อสังเกตถึงคุณภาพของถุงขยะได้ระดับหนึ่ง กล่าวคือกลิ่นของถุงขยะบอกได้ถึงสัดส่วนผสมของเม็ดพลาสติกว่ามี ส่วนผสมของเม็ดพลาสติกใหม่ มากหรือน้อย เพราะเม็ดพลาสติกใหม่ ไม่มีกลิ่นเหม็นฉุน ดังนั้นหากมีส่วนผสมของเม็ดพลาสติกใหม่ในสัดส่วนที่มาก กลิ่นของถุงขยะก็จะมีกลิ่นน้อยกว่านั่นเอง และสัดส่วนผสมของเม็ดพลาสติกใหม่ มีผลต่อ คุณภาพความเหนียว ความแข็งแรง ของถุงขยะนั้น

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันผู้ผลิตถุงขยะ ได้ทำการผลิตถุงขยะผสมกลิ่นหอม มาเป็นตัวเลือกมากขึ้น ซึ่งกลิ่นหอมที่ผสมมาก็สามารถช่วยลดกลิ่นขยะอันไม่พึงประสงค์ได้ แต่ก็จะมีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย